<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: take E for granted</title>
	<atom:link href="http://noneofebusiness.wordpress.com/2008/01/30/take-e-for-granted/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://noneofebusiness.wordpress.com/2008/01/30/take-e-for-granted/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Oct 2009 21:40:06 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>โดย: MT LaWyeR</title>
		<link>http://noneofebusiness.wordpress.com/2008/01/30/take-e-for-granted/#comment-44</link>
		<dc:creator>MT LaWyeR</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 19:08:21 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://noneofebusiness.wordpress.com/2008/01/30/take-e-for-granted/#comment-44</guid>
		<description>จะว่าไปมันก็คล้ายๆกับการที่นักกฎหมายในปัจจุบันตีความกฎหมายนั่นแหละ ที่มักจะชอบตีความไปตามตัวอักษรโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์และความเป็นมาของมัน

สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ตีความกฎหมายนั้นอยู่ในสถานะเป็นผู้ชี้ถูกชี้ผิดอย่างศาลหรือตุลาการ เพราะหากท่านผู้นี้ได้ตีความออกมาอย่างไรแล้ว ผลแห่งการตีความนั้นก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานไปในทางปฏิบัติเลยทีเดียวแม้ว่าจะมีนักวิชาการออกมาโต้แย้งมากมายเพียงใด

และผลของการตีความเช่นนั้นก็จะส่งผลให้มนุษย์ในสังคมต้องเดินตามเส้นทางที่ศาลนั้นได้ตีความไปทั้งๆที่เป็นเส้นทางที่ผิดเพราะการตีความที่ไม่ถูกต้อง แล้วพอผิดพลาด ณ จุดๆหนึ่งแล้ว ก็จะไม่พ้นที่จะลามต่อไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้องตามลักษณะที่เป็นลูกโซ่แห่งการนั้น

ฉะนั้นการดูเจตนารมณ์และประวัติความเป็นมาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ แม้ในบางเรื่องมันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ แต่การตีความที่ไม่ถูกต้องตามระบบแห่งกฎหมายก็ย่อมเป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่กฎหมายทั้งระบบ และถึงตอนนั้นกฎหมายก็จะไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>จะว่าไปมันก็คล้ายๆกับการที่นักกฎหมายในปัจจุบันตีความกฎหมายนั่นแหละ ที่มักจะชอบตีความไปตามตัวอักษรโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์และความเป็นมาของมัน</p>
<p>สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ตีความกฎหมายนั้นอยู่ในสถานะเป็นผู้ชี้ถูกชี้ผิดอย่างศาลหรือตุลาการ เพราะหากท่านผู้นี้ได้ตีความออกมาอย่างไรแล้ว ผลแห่งการตีความนั้นก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานไปในทางปฏิบัติเลยทีเดียวแม้ว่าจะมีนักวิชาการออกมาโต้แย้งมากมายเพียงใด</p>
<p>และผลของการตีความเช่นนั้นก็จะส่งผลให้มนุษย์ในสังคมต้องเดินตามเส้นทางที่ศาลนั้นได้ตีความไปทั้งๆที่เป็นเส้นทางที่ผิดเพราะการตีความที่ไม่ถูกต้อง แล้วพอผิดพลาด ณ จุดๆหนึ่งแล้ว ก็จะไม่พ้นที่จะลามต่อไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้องตามลักษณะที่เป็นลูกโซ่แห่งการนั้น</p>
<p>ฉะนั้นการดูเจตนารมณ์และประวัติความเป็นมาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ แม้ในบางเรื่องมันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ แต่การตีความที่ไม่ถูกต้องตามระบบแห่งกฎหมายก็ย่อมเป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่กฎหมายทั้งระบบ และถึงตอนนั้นกฎหมายก็จะไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
